House

บาร์แคบแต่เท่

ขอบคุณสิ่งดี ๆ จาก  : http://www.roommag.com/home-ideas-1/scoop/11889/daily-idea-narrow-bar/

narrow-bar-01

เปลี่ยนบาร์ติดผนังให้กลายเป็นพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยา ด้วยผนังทาสีเขียว ตกแต่งด้วยกรอบรูปบรรจุตัวแมลงหลากหลายประเภท พร้อมตกแต่งฝ้าเพดานด้วยดอกไม้นานาสีสัน
สถานที่ : FEATHERSTONE CAFÉ BISTRO & LIFESTYLE SHOP

narrow-bar-02

ดีไซน์แพนทรี่เล็กๆ ตามแนวเสากลางบ้านให้มีลักษณะโปร่ง กรุท็อปไม้ตะเคียนให้เข้ากับพื้นบันได ดูเท่จากการขึงปลายบาร์ด้วยเชือก ส่วนด้านหลังก่ออิฐเป็นเคาน์เตอร์เก็บถ้วยชามและทําอ่างล้างจาน เพิ่มลูกเล่นให้ผนังปูนฉาบเรียบด้วยการทําช้ันวางของสลับกันไปมาดูแปลกตา
เจ้าของ – ออกแบบ : คุณเฟาณ อิศรเสนา ณ อยุธยา

narrow-bar-03

ห้องครัวค่อนข้างเด่นไปทางสไตล์ลอฟต์ มีการนําเหล็กสีดํามาทําวงกบประตูหน้าต่าง กรุหน้าบานกระจกใสเพื่อให้มุมน้ีดูโปร่ง สามารถมองทะลุไปยังสวนแนวตั้งหลังบ้านได้ แล้วจัดวางโต๊ะรับประทานอาหารเล็กๆ คู่กับเก้าอี้ทรงคลาสสิกที่คุณโทนี่ช่ืนชอบ
เจ้าของ : คุณโทนี่ รากแก่น
ออกแบบ-ตกแต่ง : คุณธนานันต์ นุชนารถ
อ่านต่อ : ART & CRAFT ศิลปะที่น่าอยู่

 

narrow-bar-04

ถึงพื้นที่จะกว้างเพียง 2.50 เมตร แต่สามารถจัดฟังก์ชันได้อย่างเพอร์เฟ็กต์ ผนังด้านหนึ่งเป็นช้ันวางหนังสือและเดย์เบดสําหรับนอนอ่านหนังสือสบายๆ ผนังอีกด้านเป็นเคาน์เตอร์สูงแต่ดูเพรียว ด้วยโครงสร้างเหล็กพร้อมสตูลบาร์ เหมาะสําหรับนั่งทํางาน
เจ้าของ-ออกแบบ : คุณวัลลภ ประสพผล
อ่านต่อ : CONTAIN CREATIVE LIVING บ้านบรรจุความสนุก

 

Advertisements

MODERN FARMHOUSE บ้านไม้กลางฟาร์ม

// บ้านไม่ใช่แค่ที่พักอาศัย
แต่ยังเป็นเหมือนกล่องบรรจุความทรงจําของคนในครอบครัวท่ีไม่มีวันเต็ม //

   ถ้าพูดชื่อเมืองอะสึงิ จังหวัดคะนะกะวะ หลายคนคงขมวดคิ้ว เพราะช่ืออาจไม่คุ้นหูนักท่องเที่ยวชาวไทยที่เคยไปเยือนญี่ปุ่นมากนัก แม้จะไม่ได้เป็นเมืองที่มีสถานที่ท่องเท่ียวมากมายเมื่อเทียบกับที่อื่นๆ แต่ที่นี่คือสถานที่ตั้งสถานศึกษาระดับอุดมศึกษาถึง 6 สถาบัน และหนึ่งในน้ันคือ Tokyo University of Agriculture Botanical Garden ฉะน้ันจึงไม่แปลกใจเลยว่า ทําไมเมืองอะสึงิจึงเต็มไปด้วยแปลงเกษตรกรรมท้ังสองฝั่งถนน ทั้งนี้ใช่ว่าจะได้เห็นแต่บ้านชนบทปลูกสร้างด้วยไม้หรือมีเตาทำอาหารอยู่กลางบ้าน เพราะเราจะพาคุณมาเยี่ยมเยือน “บ้านกลางฟาร์ม” รูปทรงทันสมัย ซึ่งตั้งอยู่ท่ามกลางแปลงเกษตรได้อย่างกลมกลืนน่าอัศจรรย์

modern-farmhouse-01

   เมื่อมองไปยังปลายสุดของแปลงเกษตรของครอบครัวกิกคาวะ จะพบกับบ้านรูปทรงเรียบง่ายตั้งโดดเด่นอยู่ แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังดูอ่อนน้อมถ่อมตนในแบบฉบับของญี่ปุ่นได้เป็นอย่างดี ซึ่งเกิดจากคุณมาซาชิ กิกคาวะ ลูกชายที่ควบตำแหน่งสถาปนิก และคุณอิเคดะ ฮิซาชิ ตั้งใจอยากสร้างบ้านหลังนี้ให้คุณพ่อและคุณแม่วัยเกษียณทั้งสองท่านได้อยู่อย่างมีความสุข ไปพร้อมๆ กับการทำเกษตรที่ท่านรัก

รอบบ้านมีแปลงเกษตรและโรงเรือน สําหรับปลูกพืขหมุนเวียนตามฤดูกาล

รอบบ้านมีแปลงเกษตรและโรงเรือน สําหรับปลูกพืขหมุนเวียนตามฤดูกาล

เจ้าขงอบ้านตัวจริง คือคุณพ่อของคุณมาซาชิ กิกคาวะ ผู้รักการทําเกษตรเป็นชีวิตจิตใจ พืชผักรอบ ๆ ท่านมักปลูกสลับหมุนเวียน กันไปตามฤดูกาล ส่วนผลไม้ที่ชอบปลูก มากที่สุดก็คือองุ่นซึ่งปลูกในโรงเรือนใกล้ ๆ

เจ้าของบ้านตัวจริง คือคุณพ่อของคุณมาซาชิ กิกคาวะ ผู้รักการทําเกษตรเป็นชีวิตจิตใจ พืชผักรอบ ๆ ท่านมักปลูกสลับหมุนเวียน กันไปตามฤดูกาล ส่วนผลไม้ที่ชอบปลูก มากที่สุดก็คือองุ่นซึ่งปลูกในโรงเรือนใกล้ ๆ

  คุณมาซาชิเล่าจุดเริ่มต้นให้เราฟังว่า บ้านหลังนี้สร้างบนที่ดินเดิมของครอบครัวที่มีอาชีพทำการเกษตรโดยย้ายมาจากบ้านหลังเก่าที่เคยอยู่ติดถนนหลัก มีเสียงรบกวนตลอดเวลา เมื่อคุณพ่อเกษียณจึงอยากออกแบบบ้านหลังนี้ขึ้นใหม่ เนื่องจากตัวเองมีความคุ้นเคยกับที่ดิน รู้อุปนิสัย รวมไปถึงความต้องการของคุณพ่อคุณแม่เป็นอย่างดี การออกแบบบ้านหลังนี้จึงเป็นไปอย่างราบรื่น โดยคํานึงถึงความต้องการของคุณพ่อเป็นหลัก เช่น ต้องการให้บ้านหลังนี้เหมาะแก่การพักผ่อนจริงๆ แต่ยังสามารถรองรับการจัดปาร์ตี้ในโอกาสสำคัญได้ รวมถึงการตกแต่งภายในต้องเป็นสไตล์ญี่ปุ่น แม้ภายนอกจะเป็นแบบโมเดิร์นก็ตาม โดยให้ทั้งสองสไตล์ไปด้วยกันได้อย่างเหมาะสม และต้องรู้สึกอยู่สบายเป็นสำคัญ แต่ถึงอย่างนั้น กว่าจะออกมา เนี้ยบทุกรายละเอียดแบบนี้ ผู้ออกแบบต้องใช้เวลาออกแบบนานถึง 10 เดือน และก่อสร้างอีก 6 เดือนจึงแล้วเสร็จ

   ส่วนรูปทรงของบ้าน เนื่องจากต้องการให้ดูเรียบง่าย ภายในโปร่งโล่ง และที่สำคัญ ฝ้าเพดานต้องสูง แปลนจึงออกมาเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้าธรรมดาดูคล้ายห้องขนาดใหญ่ แต่ละห้องมีพาร์ทิชันสามารถสไลด์เปิด-ปิดได้ เผื่อบางเวลาต้องการแบ่งพื้นที่เพื่อความเป็นสัดส่วนชัดเจน อีกทั้งยังช่วยเชื่อมบ้านกับธรรมชาติ รวมไปถึงแปลงเกษตรท่ีอยู่รายล้อม นอกจากน้ีผู้ออกแบบยังต้ังใจดีไซน์หน้าต่างบานใหญ่ให้อยู่ทางทิศใต้เพื่อเปิดรับลมเย็น นําความอบอุ่นจากแสงอาทิตย์เข้าสู่ตัวบ้านยามฤดูหนาวมาเยือน

ห้องครัวและพื้นที่รับประทานอาหารตกแต่งด้วยไอส์แลนด์คิตเช่น และเคาน์เตอร์ครัวสีขาวเช่นเดียวกับผนังบ้าน บริเวณเหนือเคาน์เตอร์ครัวติดกระจกบานเลื่อนไว้สําหรับมองวิว โดยเฉพาะสวนซากรุ ะในฤดูใบไม้ผลิที่จะอวดดอกสีชมพูสะพรั่งไปทั้งภูเขาที่อยู่หลังบ้าน

ห้องครัวและพื้นที่รับประทานอาหารตกแต่งด้วยไอส์แลนด์คิตเช่น และเคาน์เตอร์ครัวสีขาวเช่นเดียวกับผนังบ้าน บริเวณเหนือเคาน์เตอร์ครัวติดกระจกบานเลื่อนไว้สําหรับมองวิว โดยเฉพาะสวนซากรุ ะในฤดูใบไม้ผลิที่จะอวดดอกสีชมพูสะพรั่งไปทั้งภูเขาที่อยู่หลังบ้าน

พื้นที่ห้องนั่งเล่นตกแต่งอย่างเรียบง่ายด้วยโซฟาไม้ชนิดสามท่ีนั่ง วางเบาะผ้าสีเขียวขี้ม้า ชั้นวางโทรทัศน์ทำแบบบิลท์อินสูงจรดฝ้าเพดาน แบ่งเป็นช่องสําหรับวางของและเก็บหนังสือท่ีสะสมไว้ หลังช้ันวางออกแบบให้มีบันไดเล็ก ๆ สําหรับใช้ข้ึนช้ันสองหรือห้องใต้หลังคาท่ีมีไว้ทํางานอดิเรกอย่างการเล่นดนตรี

พื้นที่ห้องนั่งเล่นตกแต่งอย่างเรียบง่ายด้วยโซฟาไม้ชนิดสามท่ีนั่ง วางเบาะผ้าสีเขียวขี้ม้า ชั้นวางโทรทัศน์ทำแบบบิลท์อินสูงจรดฝ้าเพดาน แบ่งเป็นช่องสําหรับวางของและเก็บหนังสือท่ีสะสมไว้ หลังช้ันวางออกแบบให้มีบันไดเล็ก ๆ สําหรับใช้ข้ึนช้ันสองหรือห้องใต้หลังคาท่ีมีไว้ทํางานอดิเรกอย่างการเล่นดนตรี

พื้นที่ชั้นสองหรือห้องใต้หลังคา เป็นห้องสําหรับทํางานและเล่น ดนตรีเพื่อความผ่อนคลาย

พื้นที่ชั้นสองหรือห้องใต้หลังคา เป็นห้องสําหรับทํางานและเล่น ดนตรีเพื่อความผ่อนคลาย

 เมื่อเราถามถึงโครงบ้านว่ามีอะไรซับซ้อนหรือไม่ ทางผู้ออกแบบเล่าเพิ่มเติมว่าบ้านหลังนี้ใช้โครงสร้างที่มีรูปแบบเรียบง่าย ไม่ได้ใช้เทคนิคใดๆ ให้ยุ่งยาก แต่ถ้าจะให้พูดถึงเรื่องความพิเศษจริงๆ ก็น่าจะเป็นการใช้ช่างท้องถิ่นที่มีความชํานาญเรื่องโครงสร้างไม้มาช่วยดูแลเรื่องการก่อสร้างให้ เนื่องจากโครงสร้างเหล็กที่ญี่ปุ่นนั้นแพง จึงจำเป็นต้องใช้ไม้แทน นอกจากนี้ แม้บ้านจะเป็นแบบโมเดิร์น แต่ก็ยังคงดึงเอกลักษณ์แบบบ้านญี่ปุ่นมาใช้ เห็นได้จากประตูสไลด์ ขนาด 90×180 เซนติเมตร รางประตูไม้ด้านบนเรียก “คาโมอิ” ส่วนด้านล่างเรียก”ชิกิอิ” เหตุผลที่เลือกเป็นประตูสไลด์ เพราะสามารถเชื่อมพื้นที่ต่างๆ ถึงกันได้ง่าย ทั้งยังนำกระดาษหรือท่ีเรียกว่า โชจิ (Shoji) มาใช้กรุบานประตู อย่างที่มีให้เห็นทั่วไปในบ้านดั้งเดิมของชาวญี่ปุ่น

บ้านญี่ปุ่นสมัยก่อนมักมีด้านหน่ึง ของบ้านที่เป็นผนังทึบทําจากไม้กระดานแนวตั้ง เรียกว่า "ฮาเมอิตาบาริ" แต่ปัจจุบัน ผู้ออกแบบดัดแปลงมาใช้เมทัลชีตสีดํา แทน ส่วนเหตุผลที่เลือกใช้สีดําก็เพื่อให้ ผนังมีสีตัดกันกับฉากหลังสีเขียวสดจากแมกไม้ในสวนรอบบ้าน

บ้านญี่ปุ่นสมัยก่อนมักมีด้านหน่ึง ของบ้านที่เป็นผนังทึบทําจากไม้กระดานแนวตั้ง เรียกว่า “ฮาเมอิตาบาริ” แต่ปัจจุบัน ผู้ออกแบบดัดแปลงมาใช้เมทัลชีตสีดําแทน ส่วนเหตุผลที่เลือกใช้สีดําก็เพื่อให้ผนังมีสีตัดกันกับฉากหลังสีเขียวสดจากแมกไม้ในสวนรอบบ้าน

บานเลื่อนโชจิเปิดได้ออกจนสุดทั้งสองด้าน โดยทำผนังด้านข้างสำหรับเก็บบานเลื่อนกระดาษได้อย่างมิดชิด

บานเลื่อนโชจิเปิดได้ออกจนสุดทั้งสองด้าน โดยทำผนังด้านข้างสำหรับเก็บบานเลื่อนกระดาษได้อย่างมิดชิด

ห้องแบบญี่ปุ่นสําหรับใช้พักผ่อน ผู้ออกแบบดีไซน์ให้ผนังทั้งสอง ด้านสามารถเลื่อนเปิด - ปิดได้จน สุดเพื่อเชื่อมต่อพื้นที่ถึงกัน ช่วย ให้บ้านดูโปร่งโล่งขึ้น

ห้องแบบญี่ปุ่นสําหรับใช้พักผ่อน ผู้ออกแบบดีไซน์ให้ผนังทั้งสองด้านสามารถเลื่อนเปิด – ปิดได้จนสุดเพื่อเชื่อมต่อพื้นที่ถึงกัน ช่วยให้บ้านดูโปร่งโล่งขึ้น

modern-farmhouse-14

  สำหรับความท้าทายในการออกแบบบ้านหลังนี้ คุณมาซาชิเล่าว่า เป็นเรื่องยากอยู่ทีเดียวว่าจะทำอย่างไรให้บ้านออกมาเรียบง่ายมากที่สุด โดยยังคงสัดส่วนที่สวยงาม และดีเทลการออกแบบที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตของทุกคนในบ้าน รวมไปถึงสภาพแวดล้อมรอบๆ จนเมื่อบ้านสร้างเสร็จ และได้เห็นคุณพ่อชื่นชอบห้องนั่งเล่นเป็นพิเศษ เพราะท่านสามารถใช้เวลาจากมุมนี้ ชื่นชมสวนสวยๆ ได้ในเวลากลางวัน ส่วนกลางคืนก็เงียบสงบ เรียกว่าสามารถอยู่ที่ห้องนั่งเล่นได้ทั้งวัน ในฐานะของผู้ออกแบบจึงถือว่าบ้านหลังนี้เป็นความสำเร็จทั้งในเรื่องของการทํางานและคุณค่าทางจิตใจอย่างแท้จริง อย่างคำโบราณที่ว่า “ปลูกเรือนตามใจผู้อยู่” แต่ปัจจุบันแค่ปลูกบ้านตามใจผู้อยู่เห็นจะไม่พอ เพราะนอกจากผู้อยู่จะ “ถูกใจ” แล้ว ความ “สุขใจ” ที่ได้อยู่บ้านก็สำคัญไม่น้อยไปกว่ากัน

ความชอบในเรื่องของการถ่ายภาพถูกถ่ายทอดจากรุ่นพ่อถึงรุ่นลูกได้โดยไม่มีเรื่องของยุคสมัยมาขวางกั้น

ความชอบในเรื่องของการถ่ายภาพถูกถ่ายทอดจากรุ่นพ่อถึงรุ่นลูกได้โดยไม่มีเรื่องของยุคสมัยมาขวางกั้น

modern-farmhouse-13

modern-farmhouse-12

modern-farmhouse-11

ขอบคุณ :
เจ้าของ : ครอบครัวกิกคาวะ
ออกแบบ : คุณมาซาชิ กิกคาวะ และคุณอิเคดะ ฮิซาชิ , www.ikd-a.com,kikkawa_architects.jp
เรื่อง : Ektida N.
ภาพ : จิระศักดิ์, นันทิยา
คอลัมน์ : room to room
room magazine : April 2016 No.158

http://www.roommag.com/home-ideas-1/11046/modern-farmhouse/

Marcus Beach House by Bark Architects

Bark Architects designed the Marcus Beach House, located on the Sunshine Coast of Queensland, Australia.

mb_110914_03

mb_110914_02

mb_110914_04

mb_110914_07

mb_110914_08

mb_110914_09

mb_110914_12

mb_110914_13

mb_110914_14

mb_110914_15

mb_110914_16

Project description

The Marcus Beach house celebrates a natural, coastal setting providing its occupants with an inextricable relationship to the landscape and sensitive surrounding environment. The dwelling explores lightness, filtering natural breezes, layers of transparency and integrating indoor / outdoor spaces within dynamic patterns of light and shadow, being a simple frame to enable a contemporary sustainable lifestyle to unfold.

Whilst feeling like a ‘beach house’ sited 250 meters away from Marcus Beach, the basic ‘pavilion’ plan was sketched out in the sand during an early site visit: a simple diagram of two pavilions placed either side of a venerable 100 year old Morton Bay Ash that takes centre stage to the scale, proportions and life of the house around it. The pavilions sit lightly on the site and are linked by a transparent bridge in an arrangement that opens all the spaces to the light, breeze and garden views of the north. The garden is protected by a perimeter wall wrapped in endemic vines providing an acoustic ‘green’ buffer to a nearby busy road.

On approach from the street, the sloping terrain naturally guides an axial timber boardwalk under a simple timber pergola structure arriving in the courtyard opposite the Morton Bay Ash. The main pavilion to the west accommodates living spaces focused around a double height deck space overlooking the swimming pool and northern garden. The Master Bedroom suite is accessed via a polycarbonate clad stair tower that is by day a contemplative space and by night, a lantern. The Morton Bay Ash casts shadows onto the polycarbonate further animating the edges of the courtyard and bringing the landscape inside the house. The recent additions of a study ‘pop out,’ enclosed passage link below the bridge, Laundry and Powder room further animate the edges of the courtyard space whilst responding to the needs of its new occupants.

The house is open and light and possesses simple sustainable design principles to passively defend the occupants from the elements. Windows and doors are strategically positioned to capture the prevailing breezes whilst roof overhangs are generous protecting the house from direct summer sunlight. Air conditioning has not been installed in the Marcus Beach House nor is it desired. Artificial lighting is kept to a minimum due to the generous amount and position of glazing, particularly facing north. The roof over the Master Bedroom pavilion rises to the north providing a band of high level, operable, clerestory glazing capturing daylight and allowing any warm air to escape, setting up an effective ‘stack effect’ natural cooling process.

The connection between the deck and living spaces is dynamic and direct. As the heart of the house, the covered double height outdoor room is actively used all year round as dappled sunlight is filtered through a timber batten screen hung below the roof structure. Indoor and outdoor realms are connected through an interlocking series of alcoves and nooks like a low edge deck seat and reading nook pop-out located off the stair landing. The courtyard and Morton Bay Ash are a focal point in which almost all rooms within the dwelling enjoy a connection.

THANK YOU & READ MORE  :  http://www.contemporist.com/2014/09/11/marcus-beach-house-by-bark-architects/

Skyline Residence by Nathan Good Architects

Architect: Nathan Good Architects PC | Nathan Good, AIA, IIDA, LEED AP, Lydia Peters, AIA, Forrest Good

Interior Designers:Nathan Good Architects PC (space planning and interior finishes) and Karol Niemi Associates (kitchen & cabinetry design)

Landscape Designer: Cynthia Woodyard

Photography by Jeremy Bittermann

Nathan Good Architects have designed a contemporary family home in Portland, Oregon.

sr_200814_05

sr_200814_01

sr_200814_03

sr_200814_04

sr_200814_06

sr_200814_08

sr_200814_09

sr_200814_11

sr_200814_12

sr_200814_13

 

 

From the architects

The 1.7 acre site is relatively level and within a mile of downtown Portland. The home was positioned at the far north side of the lot to reduce the impact of noise from the Skyline Boulevard, optimize the daylighting of the sun’s path, and facilitate views from the interior of the home to the yard.

Notable Features:
a) A well-appointed contemporary home that is certified green (LEED Platinum)
b) The home is designed for an abundance of natural light in a climate dominated by overcast skies
c) The residence is on the path towards being net-zero-energy in that it is engineered to generate as much solar-electric energy on-site as the home consumes annually.

Owners:
The clients are middle-aged with active lives that revolve about their three children. Both parents required a home office. A small home gym reduces travel time to the health club. An acoustically isolated game room accommodates their children and their friends on the lowest level to the home. They actively support the publication of their home yet ask to remain anonymous.

Layout of the Home:
4,200 square feet of conditioned space distributed over three levels, completed in 2012

Main Level: entry hall, great room (kitchen dining, living), pantry, master bedroom, utility room, ½ bath, garage
Upper Level: 3 bedrooms and 3 bathrooms
Lower Level: game room, exercise room, ½ bath, mechanical and storage

The home was designed with an elongated floor plan in the east-west direction to maximize exposure to sunlight and visual connectivity to the yard. A plaster-clad curved wall serves as the organizational element in the home. Social areas to the home are located along the southern edges with private and utilitarian spaces located across the northern side of the home. The home is stacked in three levels to minimize the building footprint on the site and keep enable all rooms to have excellent access to views and daylight.

Materials
Most of the materials for the home came from within a 500-mile radius. All of the stone, composite counters and tile were produced and shipped from the US. The only know materials that were imported from outside the US include the heating and ventilation equipment, various electrical components, many of the lighting fixtures, and most of the appliances. Some of the materials used in the construction of the home were salvaged from the previous home: timber beams, concrete foundations pulverized for road base, and 2x-framing lumber. All of the remaining wood framing for the home is FSC-certified. The FSC-certified madrone flooring was locally sourced.

Water
Water efficiency goals led to low-flow plumbing fixtures and dual-flush toilets. All of the stormwater for the property is managed on-site with a ninety-foot long bio-swale that leads to a retention pond at the SW corner of the property. The only part of the site with non-porous paving is the concrete pad outside the garage and a small area at the entry. A grass lawn is one indulgence of water in an otherwise drought-tolerant landscape. A rainwater harvesting system has been designed and engineered for the home, yet has not yet been installed. The green roofs are scheduled for installation in the spring of 2013. All of the wastewater for the home is managed on the property with an engineered septic system.

Thank You & Read More  :  http://www.contemporist.com/2014/08/20/skyline-residence-by-nathan-good-architects/

บ้านสองชั้นสวยๆ ธรรมชาติ งดงามกลางแมกไม้สีเขียว

“เห็นบ้านนี้แล้วต้องบอกเลยว่า เหมาะแก่การไปสร้างไว้ตามต่างจังหวัด ริมเนินเขา ไว้สำหรับเป็นบ้านพักตากอากาศจริงๆ ด้วยรูปทรงที่เรียบง่าย แฝงไปด้วยความงาม ตามมาดู”

Architects:Beto Figueiredo, Luiz Eduardo Almeida

Photographs:André Nazareth

Source:casa.abril.com.br

Architects: Beto Figueiredo | Luiz Eduardo Almeida

Photographs: André Nazareth

แบบบ้านสไตล์ลูกทุ่งๆ แต่แฝงไปด้วยความโมเดิร์นหลังนี้ ซ่อนตัวอยู่ในป่าทึบของประเทศบราซิล ตั้งอยู่บนพื้นที่ขนาดกว้างใหญ่ไพศาลที่มีมากกว่า 9,000 ตารางเมตร แต่ตัวบ้านกลับถูกได้รับการออกแบบให้เต็มไปด้วยบรรยากาศอบอุ่นพื้นที่ใช้สอย 597 ตร.ม. กับแรงบันดาลจากใจอันสดใสที่รับจากธรรมชาติ สะท้อนผ่านงานศิลปะท้องถิ่น สอดแทรกความสะดวกสบายตามสไตล์โมเดิร์นไว้ด้วยกันอย่างกลมกลืน

Architects: Beto Figueiredo | Luiz Eduardo Almeida

Photographs: André Nazareth

ตัวบ้านถูกออกแบบไว้อย่างเรียบง่ายเข้าถึงความเงียบสงบของธรรมชาติโดยสถาปนิก Beto Figueiredo และ  Luiz Eduardo Almeida  ตัวอาคารเป็นบ้านไม้ผสมปูนสองชั้น เห็นได้ว่าตัวบ้านแทบจะไม่มีกำแพงกั้นได้อารมณ์แบบสมบูรณ์แบบตามแบบบ้านพักตากอากาศจริงๆ และยังมีศาลานั่งเล่นริมน้ำไว้ให้เพลิดเพลินอีกด้วย
การตกแต่งภายในเต็มไปด้วยสีสันและรายละเอียดงดงามของศิลปะพื้นเมือง ห้องนั่งเล่นเชื่อมต่อไปยังพื้นที่ด้านนอกด้านประตูกระจกบานเลื่อนกรอบไม้ เพดานโชว์ไม้สีเข้ม โซฟาสีแดงสดใสวางคู่กับหมอนอิงลายสวย โต๊ะกาแฟไม้โบราณ เฟอร์นิเจอร์ทุกๆชิ้นดูลงตัวเข้ากันไปหมด
ห้องครัวขนาดเล็กอยู่ในมุมพอดี ติดกับห้องอาหารและห้องนั่งเล่น เคาน์เตอร์ครัวไม้มะฮอกกานีชิดริมผนังและหน้าต่าง ท็ํอปเซรามิกสีขาว ด้านบนมีโคมไฟห้อยลงมาให้แสงสว่าง ส่วนให้ห้องอาหาร วางโต๊ะและม้านั่งยาวเข้าชุด ปูด้วยผ้าคลุมโต๊ะธีมด้วยกับห้องนั่งเล่น

Architects: Beto Figueiredo | Luiz Eduardo Almeida

Photographs: André Nazareth

ระเบียงไม้ยาวมีไว้รอบตัวบ้าน เชื่อมไปยังสระว่ายน้ำ สปาแสนผ่อนคลาย

Architects: Beto Figueiredo | Luiz Eduardo Almeida

Photographs: André Nazareth

สวนสวยรายล้อมตัวบ้าน มีระเบียงนั่งเล่นริมน้ำ

Architects: Beto Figueiredo | Luiz Eduardo Almeida

Photographs: André Nazareth